Shutterstock

ขั้นตอนการสมัคร Shutterstock
1. click!!! ที่นี่ http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
หลังจากคลิ๊กที่ link แล้ว จะพบกับหน้าเวปของ shutterstock

2.กดเลือก Create an account
จะมีหน้าต่างให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อที่จะใช้ในการขายภาพ (Desired Display Name) แนะนำให้ตั้งชื่อที่เป็นสากลหน่อยนะครับ ชื่อที่ดูมืออาชีพจะดีกว่าชื่อแบบไทยๆ ที่ฝรั่งอ่านแล้วไม่เข้าใจความหมาย ทริกเล็กๆแต่สำคัญ เหมือนการตั้งชื่อเวปหรือชื่อร้านนะครับ ส่วน Desired Username จะเป็นชื่อที่ใช้ในการ Login เข้าเวป SS ครับ
3.สำหรับวิธีการรับเงินให้เราเช็คที่ Paypal เพราะเป็นวิธีรับเงินที่ดีที่สุดครับ เราสามารถสมัคร paypal ภายหลังหรือทำไว้ก่อนเลยก็ได้ ขั้นตอนการสมัคร paypal ต่างๆมีแนะนำในหนังสือพวก ebay ทุกเล่ม…
กดสมัคร Paypal ได้ที่ https://www.paypal.com/th
เมื่อกรอกครบแล้ว กด Continue with Sign Up »>


4.หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด continue ไปยังหน้าต่อไป จะมีช่องให้อัพโหลด passport ID ของคุณที่ถ่ายไว้ เป็นไฟล์ jpeg ขนาดไม่เกิน 1เมกก็พอครับ กดเรียกดูไฟล์ passport ของคุณในคอม แล้วกด Upload
5.เมื่ออัพโหลดเสร็จ ก็จะเป็นหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ กฏหมาย ไม่มีอะไรมากครับ กด Accept ยืนยัน เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้นการสมัครลงทะเบียนสำหรับการส่งภาพไปสอบจำนวน 10 ภาพ ต่อไป

6.รออีเมลรับรองยืนยัน ID จากทาง Shutterstock ครับ ใช้เวลาสองสามวัน จะมีเมลแจ้งมาว่า ID Aprroval
7.เข้าไปที่ http://submit.shutterstock.com แล้ว login ด้วยชื่อกับ password ที่สมัครเอาไว้

8.หน้าเวปนี้จะมีหน้าต่างปรับแต่ง ดูข้อมูลต่างๆของเราอยู่ ด้านล่างจะมีกล่องที่เขียนว่า Make Money ให้คลิ๊กข้อความด้านล่างที่ Submit Photos จากนั้นเลือกวิธีอัพโหลดภาพแบบ FTP จะมีรายละเอียดต่างๆที่คุณจะต้องนำไปใช้ในการสร้าง Account แนะนำให้ใช้ FTP
FileZilla http://filezilla-project.org/download.php สำหรับผู้ใช้ Windows
Cyberduck http://cyberduck.ch/ สำหรับ Mac โหลดได้ฟรีครับ โหลดเลย

9.จากนั้นก็เปิดใช้งาน โดยสร้าง Account กรอกข้อความตามนี้
Account Name พิมพ์ Shutterstock
ftp host พิมพ์ ftp.shutterstock.com
ID Shutterstock จะใช้ email address กับ Password ที่คุณสมัครกับทาง SS เอาไว้ครับ
10.เตรียมไฟล์ภาพของคุณที่คัดเลือกแล้ว แนะนำให้อ่าน http://naphotos.multiply.com/photos/album/50/Stockphoto_Classroom
ก่อนที่จะ process และคัดเลือกภาพของคุณ …ส่งภาพผลงานที่คิดว่าดีที่สุดของคุณจำนวน 10 ภาพ เป็นไฟล์ Jpeg ต้นฉบับ ใช้ไฟล์ที่แปลงมาจาก RAW เป็น jpeg ครั้งแรกสุด เซฟที่คุณภาพสูงสุด (ตั้งความละเอียดไว้ที่ 300 dpi ห้ามขยายไฟล์โดยการ Resample นะครับ) เปิด FTP Shutterstock ลากไฟล์ภาพเข้าไปที่กล่องได้เลยทีเดียวทั้งสิบไฟล์ จากนั้นรออัพโหลดจนเสร็จ ภาพทั้งหมดก็จะถูกส่งไปอยู่ที่ Shutterstock ของคุณ
11.เข้าไปที่ http://submit.shutterstock.com แล้ว login Account ของคุณ จากนั้นให้เลือกตรงที่ waiting to be submitted เพื่อ edit ชื่อภาพ หมวดหมู่ keyword และกดส่งตรวจ การ edit ชื่อและ keyword สามารถทำในขั้นตอนการ process รูปด้วย photoshop หรือ lightroom ได้เลย โดย Lightroom ให้เปิดที่ Library แล้วพิมพ์ keyword คือคำที่มีความหมายตรงกับภาพ ใช้สำหรับลูกค้าไว้ค้นหาภาพของเรา ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แนะนำเวปสำหรับ ค้นหา keyword ฟรี ที่นี่
http://arcurs.com/keywording/




ง่ายๆ แค่พิมพ์คำที่คิดว่าตรงกับภาพของเราลงไปคำหนึ่ง เช่นผมต้องการ keyword เพื่อใช้กับภาพหลอดไฟของผม ก็พิมพ์ว่า light bulb จากนั้นกด search จะมีภาพที่เหมือนหรือคล้ายกันกับเราขึ้นมา ก็ให้เช็คว่าจะเอา keyword จากภาพไหนมาใช้บ้าง กดถูกกี่ภาพก็ได้ จะมีมาให้เราเลือก จำนวน keyword ที่สามารถใช้ได้สูงสุดของ shutterstock คือ 50 คำ ก็แค่ copy แล้วเอาไป paste ลงในช่อง keyword ที่ lightroom แล้ว save metadata ส่วนถ้าใช้ Photoshop ให้เลือกที่ File > File info > Keyword
(แนะนำให้ใช้อย่างถูกต้องด้วยนะครับ อย่าเอาคำมั่วๆที่ไม่ตรงกับภาพของเรามาใช้เพราะหวังจะให้คนหาภาพเราเจอพร้อมกับภาพหมวดอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง)

12.ภาพจะถูกย้ายไปอยู่ที่ Waiting to be reviewed หลังจากนั้นก็รอผลการตรวจทางอีเมลของคุณ อย่างเร็ววันเดียว อย่างช้าหนึ่งอาทิตย์ สำหรับการสอบครั้งแรก หากผ่าน 7 ภาพเป็นอย่างน้อย ภาพจะถูกส่งขึ้นไปที่ gallery คุณจะได้เป็นสมาชิก shutterstock สามารถส่งภาพเพื่อให้คนทั้งโลก download รูปของคุณและได้รับรายได้ทันทีในวันแรกที่คุณสอบผ่านและเริ่มขายภาพ


click!!! สมัครที่ link ได้เลยครับ ^ ^
http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
Shutterstock

ขั้นตอนการสมัคร Shutterstock
1. click!!! ที่นี่ http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
หลังจากคลิ๊กที่ link แล้ว จะพบกับหน้าเวปของ shutterstock

2.กดเลือก Create an account
จะมีหน้าต่างให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ชื่อที่จะใช้ในการขายภาพ (Desired Display Name) แนะนำให้ตั้งชื่อที่เป็นสากลหน่อยนะครับ ชื่อที่ดูมืออาชีพจะดีกว่าชื่อแบบไทยๆ ที่ฝรั่งอ่านแล้วไม่เข้าใจความหมาย ทริกเล็กๆแต่สำคัญ เหมือนการตั้งชื่อเวปหรือชื่อร้านนะครับ ส่วน Desired Username จะเป็นชื่อที่ใช้ในการ Login เข้าเวป SS ครับ
3.สำหรับวิธีการรับเงินให้เราเช็คที่ Paypal เพราะเป็นวิธีรับเงินที่ดีที่สุดครับ เราสามารถสมัคร paypal ภายหลังหรือทำไว้ก่อนเลยก็ได้ ขั้นตอนการสมัคร paypal ต่างๆมีแนะนำในหนังสือพวก ebay ทุกเล่ม…
กดสมัคร Paypal ได้ที่ https://www.paypal.com/th
เมื่อกรอกครบแล้ว กด Continue with Sign Up »>


4.หลังจากกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว กด continue ไปยังหน้าต่อไป จะมีช่องให้อัพโหลด passport ID ของคุณที่ถ่ายไว้ เป็นไฟล์ jpeg ขนาดไม่เกิน 1เมกก็พอครับ กดเรียกดูไฟล์ passport ของคุณในคอม แล้วกด Upload
5.เมื่ออัพโหลดเสร็จ ก็จะเป็นหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงต่างๆ กฏหมาย ไม่มีอะไรมากครับ กด Accept ยืนยัน เท่านี้เป็นอันเสร็จสิ้นการสมัครลงทะเบียนสำหรับการส่งภาพไปสอบจำนวน 10 ภาพ ต่อไป

6.รออีเมลรับรองยืนยัน ID จากทาง Shutterstock ครับ ใช้เวลาสองสามวัน จะมีเมลแจ้งมาว่า ID Aprroval
7.เข้าไปที่ http://submit.shutterstock.com แล้ว login ด้วยชื่อกับ password ที่สมัครเอาไว้

8.หน้าเวปนี้จะมีหน้าต่างปรับแต่ง ดูข้อมูลต่างๆของเราอยู่ ด้านล่างจะมีกล่องที่เขียนว่า Make Money ให้คลิ๊กข้อความด้านล่างที่ Submit Photos จากนั้นเลือกวิธีอัพโหลดภาพแบบ FTP จะมีรายละเอียดต่างๆที่คุณจะต้องนำไปใช้ในการสร้าง Account แนะนำให้ใช้ FTP
FileZilla http://filezilla-project.org/download.php สำหรับผู้ใช้ Windows
Cyberduck http://cyberduck.ch/ สำหรับ Mac โหลดได้ฟรีครับ โหลดเลย

9.จากนั้นก็เปิดใช้งาน โดยสร้าง Account กรอกข้อความตามนี้
Account Name พิมพ์ Shutterstock
ftp host พิมพ์ ftp.shutterstock.com
ID Shutterstock จะใช้ email address กับ Password ที่คุณสมัครกับทาง SS เอาไว้ครับ
10.เตรียมไฟล์ภาพของคุณที่คัดเลือกแล้ว แนะนำให้อ่าน http://naphotos.multiply.com/photos/album/50/Stockphoto_Classroom
ก่อนที่จะ process และคัดเลือกภาพของคุณ …ส่งภาพผลงานที่คิดว่าดีที่สุดของคุณจำนวน 10 ภาพ เป็นไฟล์ Jpeg ต้นฉบับ ใช้ไฟล์ที่แปลงมาจาก RAW เป็น jpeg ครั้งแรกสุด เซฟที่คุณภาพสูงสุด (ตั้งความละเอียดไว้ที่ 300 dpi ห้ามขยายไฟล์โดยการ Resample นะครับ) เปิด FTP Shutterstock ลากไฟล์ภาพเข้าไปที่กล่องได้เลยทีเดียวทั้งสิบไฟล์ จากนั้นรออัพโหลดจนเสร็จ ภาพทั้งหมดก็จะถูกส่งไปอยู่ที่ Shutterstock ของคุณ
11.เข้าไปที่ http://submit.shutterstock.com แล้ว login Account ของคุณ จากนั้นให้เลือกตรงที่ waiting to be submitted เพื่อ edit ชื่อภาพ หมวดหมู่ keyword และกดส่งตรวจ การ edit ชื่อและ keyword สามารถทำในขั้นตอนการ process รูปด้วย photoshop หรือ lightroom ได้เลย โดย Lightroom ให้เปิดที่ Library แล้วพิมพ์ keyword คือคำที่มีความหมายตรงกับภาพ ใช้สำหรับลูกค้าไว้ค้นหาภาพของเรา ถ้าภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง แนะนำเวปสำหรับ ค้นหา keyword ฟรี ที่นี่
http://arcurs.com/keywording/




ง่ายๆ แค่พิมพ์คำที่คิดว่าตรงกับภาพของเราลงไปคำหนึ่ง เช่นผมต้องการ keyword เพื่อใช้กับภาพหลอดไฟของผม ก็พิมพ์ว่า light bulb จากนั้นกด search จะมีภาพที่เหมือนหรือคล้ายกันกับเราขึ้นมา ก็ให้เช็คว่าจะเอา keyword จากภาพไหนมาใช้บ้าง กดถูกกี่ภาพก็ได้ จะมีมาให้เราเลือก จำนวน keyword ที่สามารถใช้ได้สูงสุดของ shutterstock คือ 50 คำ ก็แค่ copy แล้วเอาไป paste ลงในช่อง keyword ที่ lightroom แล้ว save metadata ส่วนถ้าใช้ Photoshop ให้เลือกที่ File > File info > Keyword
(แนะนำให้ใช้อย่างถูกต้องด้วยนะครับ อย่าเอาคำมั่วๆที่ไม่ตรงกับภาพของเรามาใช้เพราะหวังจะให้คนหาภาพเราเจอพร้อมกับภาพหมวดอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง)

12.ภาพจะถูกย้ายไปอยู่ที่ Waiting to be reviewed หลังจากนั้นก็รอผลการตรวจทางอีเมลของคุณ อย่างเร็ววันเดียว อย่างช้าหนึ่งอาทิตย์ สำหรับการสอบครั้งแรก หากผ่าน 7 ภาพเป็นอย่างน้อย ภาพจะถูกส่งขึ้นไปที่ gallery คุณจะได้เป็นสมาชิก shutterstock สามารถส่งภาพเพื่อให้คนทั้งโลก download รูปของคุณและได้รับรายได้ทันทีในวันแรกที่คุณสอบผ่านและเริ่มขายภาพ


click!!! สมัครที่ link ได้เลยครับ ^ ^
http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
Leica M9
หลังจากที่ผมใช้ Leica M8 และ M8.2 มาราวๆเจ็ดถึงแปดเดือน ไม่ทันถึงหนึ่งปีดังที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะรอให้ M9 ราคาลงมาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท เมื่อปีที่แล้ว (2011) M9 มือสองยังราคาอยู่ที่ 210,000 บาท มือหนึ่งราวๆ 240,000 แต่เมื่อ Leica ออก M9P มาในปีนี้ (2012) ราคาราวๆ 250,000 บาท ก็ทำให้ราคา M9 ลดลงมาประมาณ 15-20% ผมยังลังเลว่าจะเก็บเลนส์ M ตัวดีๆเพิ่มก่อนดีหรือไม่ เพราะราคาเลนส์มีแต่ขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้นไปทุกวัน ต่างจากเลนส์ยี่ห้ออื่นทั่วไปที่มือสองจะถูกลง แต่ด้วยความอยากลอง M9 ที่ขยับจาก M8 ตัวคูณ 1.3 เป็นฟูลเฟรม 18 ล้านพิกเซล 14 bit แล้วประจวบเหมาะกับที่ได้เจอเนื้อคู่สีเงินพอดี เลยได้ลูกชายคนใหม่มา
ก่อนหน้านี้ผมได้ดูภาพจาก Leica M9 มาเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับ M8 แล้วจะเห็นความแตกต่างกันอยู่พอสมควร M8 นั้นให้ภาพที่ดู vintage ย้อนยุค โทนสีจะสวยคลาสสิคไม่เหมือนใคร WB จะเพี้ยนๆแบบเวลาเราอัดภาพจากฟิล์ม แม้ว่าจะประกบกับเลนส์ M รุ่นใหม่ๆ ก็ยังให้โทนสีเช่นนั้นอยู่ ส่วน Leica M9 นั้นให้สีสันที่สด อิ่มตัวสูงมาก เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ M ตระกูลใหม่ๆ รายละเอียด micro detail อยู่ในระดับสุดยอด มิติที่ได้จากฟูลเฟรมทำให้ได้ภาพที่ละลายหลังได้ดีกว่า M8 เรียกได้ว่า ภาพที่มาจาก M9 นั้นสมบูรณ์แทบจะทุกด้าน โทนนั้นจะดูสมัยใหม่กว่าแบบเห็นได้ชัดเจน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมเลนส์อนุกรมเก่าๆของ Leica มีราคาดีดตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเลือกใช้เลนส์ของ Leica นั้น แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างมาก ยกตัวอย่างแค่เลนส์ normal 50 mm. ถ้าเป็นค่ายทั่วไปนั้น ก็จะมีเพียง 50 f/1.2 f/1.4 f/1.8 สามตัวนี้ตามราคาก็จบ แต่ถ้าเป็น leica M แล้วหละก็ แค่เลนส์ 50 ก็มีเกินยี่สิบตัว ไล่ตั้งแต่ 50 f/0.95 f/1 f/1.2 f/1.4 f/2 f/2.8 แต่ละตัวก็แบ่งแยกย่อยออกไปอีกว่าเป็นรุ่นที่ผลิตปีไหน อย่างเช่นเลนส์ 35mm ก็มีต่างกันไปหลายสิบตัว 35 f/2 ตัวนี้ผลิตปีนี้ คาแรคเตอร์แบบนี้ ถ่ายขาวดำสวยเป็นพิเศษ 35 f/2 ปีนี้ bokeh งดงาม 35 f/2 รุ่นปีนี้ออกแนววินเทจ ย้อนยุค 35 f/2 รุ่นนี้ ให้ความคมชัด รายละเอียดสุดยอด
มีฉายาเลนส์ตั้งกันไปมากมาย ไม่นับรวมความชอบส่วนตัวของแต่ละคนว่าชอบเลนส์ตัวไหน แนวไหน นับเป็นเสน่ห์ของการเล่น Leica M ที่ไม่มีใครเหมือน
การเลือกเลนส์แต่ละตัว ก็เหมือนเราเป็นคอกาแฟ ที่ต้องเลือกชิมไปเรื่อยๆ จนเจอรสที่ชอบ บางทีถ้าชอบหลายรสก็ใช้งบมากหน่อย เพราะแต่ละตัว ราคาโหดตั้งแต่หมื่นปลายถึงสามแสน แต่เราก็สามารถเล่นแล้วลอง ถ้าไม่ชอบก็ปล่อยขายในราคาที่ไม่มีขาดทุน หมุนจนเจอเลนส์คู่ใจก็ได้ บางคนรวยหน่อยก็เก็บสะสมไปทุกตัว เพราะเลือกไม่ถูกจริงๆ เลนส์เก่าๆของ leica บางตัว กลายเป็นที่นิยมและหายากมากขึ้น เพราะเมื่อนำมาใช้งานกับ M9 แล้ว กลายเป็นความลงตัว ด้วยความอิ่มแน่น ไฟล์คุณภาพสูงของ M9 นำมารวมกับคาแรคเตอร์คลาสสิคจากเลนส์เก่าๆบางรุ่นแล้ว ให้ภาพที่สวยงามกว่าเลนส์ใหม่แพงๆหลายตัว ใครเป็นคนคิดไม่ทราบได้ แต่เท่าที่ผมดูรูปจากเลนส์หลายๆตัวมาแล้ว ก็เห็นด้วยว่าเลนส์เก่าๆที่ราคาไม่ถูก นั้นเข้ากับ M9 ได้ดีจริงๆ อย่างตัว Noct F/1 นั้น ส่วนตัวผมชอบที่สุด สวยกว่า Noct 0.95 หรือ 75 f/1.4 ที่เลิกผลิตไปแล้ว ก็สวยกว่า 75 f/2 ASPH รุ่นใหม่ล่าสุด 35 f/2 cron ver1 8 elements ก็ถ่ายขาวดำได้สวยมาก ฝรั่งว่าเป็นเลนส์ที่ถ่ายขาวดำได้สวยที่สุด ในโลกหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้ ฮะๆ เพราะ coating เลนส์สมัยก่อนที่ทำมาสำหรับขาวดำจะต่างกับเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพสี การไล่โทนขาวดำจะสวยกว่ากัน 50 cron ver2 หรือเรียกว่า Rigid ก็เป็นเลนส์ที่ถ่ายออกมาสวยทั้งขาวดำและสี หลายคนคลั่งไคล้ 35 cron ver4 ฉายา king of bokeh เนื่องจากความสวยงามในการละลายหลังของมัน ยังมีอีกเยอะหลายตัวครับ เล่นเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่จะหมดตัวก่อนแน่นอน ทางที่ดีดูภาพให้มากๆ แล้วเลือกที่ชอบ ก็จะพอช่วยบรรเทาอาการจนได้เล็กน้อย
Leica M9
หลังจากที่ผมใช้ Leica M8 และ M8.2 มาราวๆเจ็ดถึงแปดเดือน ไม่ทันถึงหนึ่งปีดังที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะรอให้ M9 ราคาลงมาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท เมื่อปีที่แล้ว (2011) M9 มือสองยังราคาอยู่ที่ 210,000 บาท มือหนึ่งราวๆ 240,000 แต่เมื่อ Leica ออก M9P มาในปีนี้ (2012) ราคาราวๆ 250,000 บาท ก็ทำให้ราคา M9 ลดลงมาประมาณ 15-20% ผมยังลังเลว่าจะเก็บเลนส์ M ตัวดีๆเพิ่มก่อนดีหรือไม่ เพราะราคาเลนส์มีแต่ขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้นไปทุกวัน ต่างจากเลนส์ยี่ห้ออื่นทั่วไปที่มือสองจะถูกลง แต่ด้วยความอยากลอง M9 ที่ขยับจาก M8 ตัวคูณ 1.3 เป็นฟูลเฟรม 18 ล้านพิกเซล 14 bit แล้วประจวบเหมาะกับที่ได้เจอเนื้อคู่สีเงินพอดี เลยได้ลูกชายคนใหม่มา
ก่อนหน้านี้ผมได้ดูภาพจาก Leica M9 มาเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับ M8 แล้วจะเห็นความแตกต่างกันอยู่พอสมควร M8 นั้นให้ภาพที่ดู vintage ย้อนยุค โทนสีจะสวยคลาสสิคไม่เหมือนใคร WB จะเพี้ยนๆแบบเวลาเราอัดภาพจากฟิล์ม แม้ว่าจะประกบกับเลนส์ M รุ่นใหม่ๆ ก็ยังให้โทนสีเช่นนั้นอยู่ ส่วน Leica M9 นั้นให้สีสันที่สด อิ่มตัวสูงมาก เมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ M ตระกูลใหม่ๆ รายละเอียด micro detail อยู่ในระดับสุดยอด มิติที่ได้จากฟูลเฟรมทำให้ได้ภาพที่ละลายหลังได้ดีกว่า M8 เรียกได้ว่า ภาพที่มาจาก M9 นั้นสมบูรณ์แทบจะทุกด้าน โทนนั้นจะดูสมัยใหม่กว่าแบบเห็นได้ชัดเจน นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ว่า ทำไมเลนส์อนุกรมเก่าๆของ Leica มีราคาดีดตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา การเลือกใช้เลนส์ของ Leica นั้น แตกต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างมาก ยกตัวอย่างแค่เลนส์ normal 50 mm. ถ้าเป็นค่ายทั่วไปนั้น ก็จะมีเพียง 50 f/1.2 f/1.4 f/1.8 สามตัวนี้ตามราคาก็จบ แต่ถ้าเป็น leica M แล้วหละก็ แค่เลนส์ 50 ก็มีเกินยี่สิบตัว ไล่ตั้งแต่ 50 f/0.95 f/1 f/1.2 f/1.4 f/2 f/2.8 แต่ละตัวก็แบ่งแยกย่อยออกไปอีกว่าเป็นรุ่นที่ผลิตปีไหน อย่างเช่นเลนส์ 35mm ก็มีต่างกันไปหลายสิบตัว 35 f/2 ตัวนี้ผลิตปีนี้ คาแรคเตอร์แบบนี้ ถ่ายขาวดำสวยเป็นพิเศษ 35 f/2 ปีนี้ bokeh งดงาม 35 f/2 รุ่นปีนี้ออกแนววินเทจ ย้อนยุค 35 f/2 รุ่นนี้ ให้ความคมชัด รายละเอียดสุดยอด
มีฉายาเลนส์ตั้งกันไปมากมาย ไม่นับรวมความชอบส่วนตัวของแต่ละคนว่าชอบเลนส์ตัวไหน แนวไหน นับเป็นเสน่ห์ของการเล่น Leica M ที่ไม่มีใครเหมือน
การเลือกเลนส์แต่ละตัว ก็เหมือนเราเป็นคอกาแฟ ที่ต้องเลือกชิมไปเรื่อยๆ จนเจอรสที่ชอบ บางทีถ้าชอบหลายรสก็ใช้งบมากหน่อย เพราะแต่ละตัว ราคาโหดตั้งแต่หมื่นปลายถึงสามแสน แต่เราก็สามารถเล่นแล้วลอง ถ้าไม่ชอบก็ปล่อยขายในราคาที่ไม่มีขาดทุน หมุนจนเจอเลนส์คู่ใจก็ได้ บางคนรวยหน่อยก็เก็บสะสมไปทุกตัว เพราะเลือกไม่ถูกจริงๆ เลนส์เก่าๆของ leica บางตัว กลายเป็นที่นิยมและหายากมากขึ้น เพราะเมื่อนำมาใช้งานกับ M9 แล้ว กลายเป็นความลงตัว ด้วยความอิ่มแน่น ไฟล์คุณภาพสูงของ M9 นำมารวมกับคาแรคเตอร์คลาสสิคจากเลนส์เก่าๆบางรุ่นแล้ว ให้ภาพที่สวยงามกว่าเลนส์ใหม่แพงๆหลายตัว ใครเป็นคนคิดไม่ทราบได้ แต่เท่าที่ผมดูรูปจากเลนส์หลายๆตัวมาแล้ว ก็เห็นด้วยว่าเลนส์เก่าๆที่ราคาไม่ถูก นั้นเข้ากับ M9 ได้ดีจริงๆ อย่างตัว Noct F/1 นั้น ส่วนตัวผมชอบที่สุด สวยกว่า Noct 0.95 หรือ 75 f/1.4 ที่เลิกผลิตไปแล้ว ก็สวยกว่า 75 f/2 ASPH รุ่นใหม่ล่าสุด 35 f/2 cron ver1 8 elements ก็ถ่ายขาวดำได้สวยมาก ฝรั่งว่าเป็นเลนส์ที่ถ่ายขาวดำได้สวยที่สุด ในโลกหรือเปล่า อันนี้ไม่รู้ ฮะๆ เพราะ coating เลนส์สมัยก่อนที่ทำมาสำหรับขาวดำจะต่างกับเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายภาพสี การไล่โทนขาวดำจะสวยกว่ากัน 50 cron ver2 หรือเรียกว่า Rigid ก็เป็นเลนส์ที่ถ่ายออกมาสวยทั้งขาวดำและสี หลายคนคลั่งไคล้ 35 cron ver4 ฉายา king of bokeh เนื่องจากความสวยงามในการละลายหลังของมัน ยังมีอีกเยอะหลายตัวครับ เล่นเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่จะหมดตัวก่อนแน่นอน ทางที่ดีดูภาพให้มากๆ แล้วเลือกที่ชอบ ก็จะพอช่วยบรรเทาอาการจนได้เล็กน้อย
STOCK CONCEPT

Stock Photos Concept
by MR.LIGHTMAN
All images copyright of MR.LIGHTMAN
*ภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาติ
งานถ่ายภาพ stock photo นั้น ถ้าคุณเคยได้อ่านจากอัลบัมที่ผมแนะนำผู้ที่สนใจเข้ามาขายภาพออนไลน์ จะเห็นได้ว่าผมจะเน้นเรื่องของการถ่ายภาพ การใช้ขาตั้งกล้อง ล็อคกระจกสะท้อนภาพ ใช้ ISO ต่ำ วิธีวัดแสงที่ถูกต้อง การจัดการ noise ความคมชัด ปัญหาความคลาดสี white balance อื่นๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูง สำหรับส่งเอเจนซี่ต่างๆ
ถ้าคุณผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว อัลบัมนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการคิดนอกกรอบ ออกจากพื้นฐานเดิมๆ ที่ผมเคยได้แนะนำเอาไว้ ในที่นี้จะพูดถึงโดยเฉพาะเจาะจงไปที่ shutterstock ซึ่งมีความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับช่างภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์ สนุกกับการเติมแต่งให้ภาพถ่าย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องจบที่ไฟล์ภาพเดิมๆ ที่นำมาลด noise นิดหน่อยแล้วส่งขาย แนวคิดนี้ทำได้จริง เราทำได้ตั้งแต่เริ่มจากไฟล์เปล่าๆ วาดขึ้นด้วย photoshop 100% จนถึงการนำไฟล์ภาพตั้งแต่ 2 จนถึง 10 ไฟล์ขึ้นไปมายำรวมกัน จนเกิดภาพใหม่ขึ้นมา หรือการใช้ภาพถ่ายเป็นหลัก แล้วเติมด้วยกราฟฟิก ลายเส้นลงไปในภาพ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และมียอดขายที่ดีมากเสียด้วย
การคิด concept ให้กับงานของเรานั้น จะต้องเริ่มจากหมวดหมู่เสียก่อน ว่าเราจะทำแนวไหนในผลงานแต่ละชุด ตัวอย่างที่ผมทำส่งนั้น สำหรับแนวธุรกิจ หมวด Business เป็นการวางภาพในใจไว้คร่าวๆ ไม่ต้องถึงกับเป๊ะ เพื่อนำมาใช้งานต่อไป งานนี้เราต้องถ่ายภาพคนหรือมือบนฉากขาวจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำมาไดคัท เพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นหลังและเติมแต่งจินตนาการของเราลงไปในพื้นที่ว่างภายหลัง การสร้างภาพหนึ่งๆนั้น จะต้องศึกษาเรื่องของเลเยอร์ใน photoshop เครื่องมือ brush gradient และอื่นๆอีกมาก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ ให้งานออกมาเป็นอย่างที่เราคิดเอาไว้ให้ได้ สำหรับผม ใช้การลองผิดลองถูกเอา ไม่มีกฏตายตัว ผลลัพธ์ออกมาดีเป็นใช้ได้
อีกตัวอย่างที่ผมได้ทดลองทำส่งคือหมวด interior ซึ่งโดยปกติแล้วคุณต้องมี property Release เซ็นยินยอมให้ใช้ภาพนั้นๆส่งแนบไปด้วย แต่งานนี้ผมสร้างขึ้นจากไฟล์เปล่าๆ และสามารถผ่านการตรวจได้ โดยไม่ต้องใช้ PR จากห้องขาวๆ เราค่อยๆนำวัตถุดิบที่เราถ่ายภาพเก็บสะสมเอาไว้มาวางจนกลายเป็นห้องจริงๆขึ้นมา งานนี้ใช้พลังมากหน่อย ต้องตัดวัตถุหลายชิ้น ดู perspective สร้างแสงจำลองขึ้นมา ดูแสงในบรรยากาศที่สะท้อนไปมาในห้อง เงาสะท้อนต่างๆ รายละเอียดหยุมหยิมเยอะมาก ปกติต้องใช้ความชำนาญสูงพอสมควร แต่ภาพของผม เป็นงานทดลอง เพราะอยากเล่นอะไรใหม่ๆส่งดู
ในช่วงเทศกาลต่างๆของปี ก็จัดอยู่ในประเภทงาน concept ที่เราต้องคิดและเตรียมตัววางแผนล่วงหน้า ว่าจะถ่ายภาพหรืดวาดภาพอะไรส่ง โดยมาก ผมจะให้ความสนใจแค่ช่วงปีใหม่สากล เพราะมีช่วงเวลาในการขายยาวกว่าเทศกาลอื่นๆ แต่ก็ต้องอัพเดตสดใหม่ทุกๆปี ถ้าเราทำมาหลายปีแล้ว งานนี้ง่ายครับ เราสามารถใช้ background เดิม font เดิมที่เคยขายดิบขายดีในปีที่แล้ว มาปรับแก้ไขตัวเลขปี ปรับอีกเล็กน้อยแล้วส่งได้ทันที ไม่ยากเลยแต่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
จะเห็นได้ว่า งาน concept นั้นเลยเถิดจากการถ่ายภาพโดยช่างภาพจริงๆไปมาก แล้วช่างภาพแท้ๆนั้น ก็มักจะเสียเปรียบในสมรภูมิการขายที่ shutterstock แต่ผมอยากบอกว่า ผมก็เป็นช่างภาพแท้ๆคนหนึ่ง ที่ถ่ายภาพอย่างเดียวมาตลอด แต่ผมไม่ต้องการใช้มือข้างเดียว สู้กับคนที่มีมือสองมือครบๆ ผมเริ่มหัดวาดด้วยตัวเอง ใช้เวลาในตอนแรกแค่สองวัน จากที่ไม่เคยวาดเลย ก็ส่งภาพที่วาดขึ้นมาขายได้ ผมลองเล่นมาเรื่อยๆ ภาพที่ส่งขายก็หลากหลายขึ้นไม่ติดอยู่ที่ภาพถ่ายอย่างเดียวอีกต่อไป สามารถเติมสิ่งที่เราคิดให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ลองออกจากกรอบของการถ่ายภาพดูบ้าง ถ้ารักที่จะเติบโตในตลาด microstock ไม่ยากเกินไปถ้ามีความพยายาม ลองเล่น สนุกไปกับการฝึกฝนตัวเอง แล้วเราจะเป็นช่างภาพ stock ที่ครบเครื่อง
ไอเดีย แรงบันดาลใจ การดูภาพแล้วเกิดความคิดต่อยอดใหม่ๆนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ช่างภาพ stock อาจจะทำเหมือน ซ้ำ เลียนแบบกัน หรือพัฒนาสร้างความแตกต่างให้งานของตัวเองจากช่างภาพอื่นๆทั่วโลกได้ หลายครั้งที่ผมแบ่งปันไอเดีย ความคิด เสนอภาพที่ผมสร้างต่อยอดมาจากการได้เห็นผลงานของช่างภาพทั่วโลก และนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ภาพเหล่านั้นเกิดจากการเห็นและนำมาทดลองด้านเทคนิคต่างๆ ใส่ความคิดและสไตล์ของตัวเองเข้าไป ผมไม่เคยไปถามใครว่าภาพนี้ทำยังไงเพื่อที่จะทำตามขั้นตอน 123…4 แต่ก็มีเพื่อนจำนวนมาก ที่ใช้วิธีทำตามๆกัน โดยไม่ศึกษาทดลองเทคนิควิธีการด้วยตัวเอง หรือเห็นงานแนวไหนขายดี ก็ขอให้บอกวิธีทำภาพนั้นๆ ผมมองว่ามันเหมือนเขาให้เราคิดสูตรอาหารให้ และขอให้เราทำ ให้เราเคี้ยว แล้วค่อยตักป้อนเข้าปากเขา การที่เราจะเป็นช่างภาพ stock ที่ดีนั้น เราควรฝึกเทคนิคต่างๆด้วยตัวเอง จนเข้าใจเทคนิค สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ เมื่อเห็นแนวภาพที่ชื่นชอบและต้องการจะทดลองสร้างภาพแนวนั้นๆบ้าง ในตลาด stock นั้น ถ้าเราคิดแนวทางภาพ โทนภาพที่แตกต่างจากคนอื่นได้ เมื่อเราได้อัพรูปขึ้นขายที่หน้ารูปใหม่ ก็จะดึงดูดสายตาลูกค้าได้ไม่มากก็น้อย แต่ลองคิดดูว่า ถ้าเราทำเหมือนกันหมด ส่งแนวเดียวกันหมด แถมยังขอเทคนิคเพื่อนำไปทำภาพส่งให้เหมือนคนต้นแบบ ภาพแนวและโทนนั้นๆ ก็จะกลายเป็นของเกลื่อนตลาด ไม่น่าสนใจอีกต่อไป ดังนั้นการแบ่งปันไอเดียภาพคอนเซปต์ต่างๆนั้น เมื่อคุณสนใจและชอบภาพแนวนั้นๆ จึงควรพัฒนาต่อยอด ศึกษาด้านเทคนิคด้วยตัวเอง ทดลองปฏิบัติจนเข้าใจ และนำไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่การทำตามขั้นตอน 123…4 Stock Concept นี้เป็นการสอนให้คุณจับปลา ปรุงอาหาร คิดเมนู ไม่ใช่การบอกสูตร ผมทำแล้วป้อนให้คุณกิน ไอเดียความคิดที่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ แต่อาศัยผลงานที่ชื่นชอบเป็นแนวทางและแรงบันดาลใจได้ ลองค้นหารแนวทางที่เป็นของตัวเองนะครับ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จใจเส้นทางของช่างภาพ stock มืออาชีพ
สมัครขายภาพผ่าน Shutterstock click!!! ที่นี่ http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
STOCK CONCEPT

Stock Photos Concept
by MR.LIGHTMAN
All images copyright of MR.LIGHTMAN
*ภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ก่อนได้รับอนุญาติ
งานถ่ายภาพ stock photo นั้น ถ้าคุณเคยได้อ่านจากอัลบัมที่ผมแนะนำผู้ที่สนใจเข้ามาขายภาพออนไลน์ จะเห็นได้ว่าผมจะเน้นเรื่องของการถ่ายภาพ การใช้ขาตั้งกล้อง ล็อคกระจกสะท้อนภาพ ใช้ ISO ต่ำ วิธีวัดแสงที่ถูกต้อง การจัดการ noise ความคมชัด ปัญหาความคลาดสี white balance อื่นๆ ที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูง สำหรับส่งเอเจนซี่ต่างๆ
ถ้าคุณผ่านจุดนั้นมาได้แล้ว อัลบัมนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการคิดนอกกรอบ ออกจากพื้นฐานเดิมๆ ที่ผมเคยได้แนะนำเอาไว้ ในที่นี้จะพูดถึงโดยเฉพาะเจาะจงไปที่ shutterstock ซึ่งมีความยืดหยุ่น เหมาะสำหรับช่างภาพที่มีความคิดสร้างสรรค์ สนุกกับการเติมแต่งให้ภาพถ่าย โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องจบที่ไฟล์ภาพเดิมๆ ที่นำมาลด noise นิดหน่อยแล้วส่งขาย แนวคิดนี้ทำได้จริง เราทำได้ตั้งแต่เริ่มจากไฟล์เปล่าๆ วาดขึ้นด้วย photoshop 100% จนถึงการนำไฟล์ภาพตั้งแต่ 2 จนถึง 10 ไฟล์ขึ้นไปมายำรวมกัน จนเกิดภาพใหม่ขึ้นมา หรือการใช้ภาพถ่ายเป็นหลัก แล้วเติมด้วยกราฟฟิก ลายเส้นลงไปในภาพ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และมียอดขายที่ดีมากเสียด้วย
การคิด concept ให้กับงานของเรานั้น จะต้องเริ่มจากหมวดหมู่เสียก่อน ว่าเราจะทำแนวไหนในผลงานแต่ละชุด ตัวอย่างที่ผมทำส่งนั้น สำหรับแนวธุรกิจ หมวด Business เป็นการวางภาพในใจไว้คร่าวๆ ไม่ต้องถึงกับเป๊ะ เพื่อนำมาใช้งานต่อไป งานนี้เราต้องถ่ายภาพคนหรือมือบนฉากขาวจะเหมาะสมที่สุดสำหรับการนำมาไดคัท เพื่อเปลี่ยนแปลงพื้นหลังและเติมแต่งจินตนาการของเราลงไปในพื้นที่ว่างภายหลัง การสร้างภาพหนึ่งๆนั้น จะต้องศึกษาเรื่องของเลเยอร์ใน photoshop เครื่องมือ brush gradient และอื่นๆอีกมาก เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ ให้งานออกมาเป็นอย่างที่เราคิดเอาไว้ให้ได้ สำหรับผม ใช้การลองผิดลองถูกเอา ไม่มีกฏตายตัว ผลลัพธ์ออกมาดีเป็นใช้ได้
อีกตัวอย่างที่ผมได้ทดลองทำส่งคือหมวด interior ซึ่งโดยปกติแล้วคุณต้องมี property Release เซ็นยินยอมให้ใช้ภาพนั้นๆส่งแนบไปด้วย แต่งานนี้ผมสร้างขึ้นจากไฟล์เปล่าๆ และสามารถผ่านการตรวจได้ โดยไม่ต้องใช้ PR จากห้องขาวๆ เราค่อยๆนำวัตถุดิบที่เราถ่ายภาพเก็บสะสมเอาไว้มาวางจนกลายเป็นห้องจริงๆขึ้นมา งานนี้ใช้พลังมากหน่อย ต้องตัดวัตถุหลายชิ้น ดู perspective สร้างแสงจำลองขึ้นมา ดูแสงในบรรยากาศที่สะท้อนไปมาในห้อง เงาสะท้อนต่างๆ รายละเอียดหยุมหยิมเยอะมาก ปกติต้องใช้ความชำนาญสูงพอสมควร แต่ภาพของผม เป็นงานทดลอง เพราะอยากเล่นอะไรใหม่ๆส่งดู
ในช่วงเทศกาลต่างๆของปี ก็จัดอยู่ในประเภทงาน concept ที่เราต้องคิดและเตรียมตัววางแผนล่วงหน้า ว่าจะถ่ายภาพหรืดวาดภาพอะไรส่ง โดยมาก ผมจะให้ความสนใจแค่ช่วงปีใหม่สากล เพราะมีช่วงเวลาในการขายยาวกว่าเทศกาลอื่นๆ แต่ก็ต้องอัพเดตสดใหม่ทุกๆปี ถ้าเราทำมาหลายปีแล้ว งานนี้ง่ายครับ เราสามารถใช้ background เดิม font เดิมที่เคยขายดิบขายดีในปีที่แล้ว มาปรับแก้ไขตัวเลขปี ปรับอีกเล็กน้อยแล้วส่งได้ทันที ไม่ยากเลยแต่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
จะเห็นได้ว่า งาน concept นั้นเลยเถิดจากการถ่ายภาพโดยช่างภาพจริงๆไปมาก แล้วช่างภาพแท้ๆนั้น ก็มักจะเสียเปรียบในสมรภูมิการขายที่ shutterstock แต่ผมอยากบอกว่า ผมก็เป็นช่างภาพแท้ๆคนหนึ่ง ที่ถ่ายภาพอย่างเดียวมาตลอด แต่ผมไม่ต้องการใช้มือข้างเดียว สู้กับคนที่มีมือสองมือครบๆ ผมเริ่มหัดวาดด้วยตัวเอง ใช้เวลาในตอนแรกแค่สองวัน จากที่ไม่เคยวาดเลย ก็ส่งภาพที่วาดขึ้นมาขายได้ ผมลองเล่นมาเรื่อยๆ ภาพที่ส่งขายก็หลากหลายขึ้นไม่ติดอยู่ที่ภาพถ่ายอย่างเดียวอีกต่อไป สามารถเติมสิ่งที่เราคิดให้เป็นจริงขึ้นมาได้ ลองออกจากกรอบของการถ่ายภาพดูบ้าง ถ้ารักที่จะเติบโตในตลาด microstock ไม่ยากเกินไปถ้ามีความพยายาม ลองเล่น สนุกไปกับการฝึกฝนตัวเอง แล้วเราจะเป็นช่างภาพ stock ที่ครบเครื่อง
ไอเดีย แรงบันดาลใจ การดูภาพแล้วเกิดความคิดต่อยอดใหม่ๆนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้ช่างภาพ stock อาจจะทำเหมือน ซ้ำ เลียนแบบกัน หรือพัฒนาสร้างความแตกต่างให้งานของตัวเองจากช่างภาพอื่นๆทั่วโลกได้ หลายครั้งที่ผมแบ่งปันไอเดีย ความคิด เสนอภาพที่ผมสร้างต่อยอดมาจากการได้เห็นผลงานของช่างภาพทั่วโลก และนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ภาพเหล่านั้นเกิดจากการเห็นและนำมาทดลองด้านเทคนิคต่างๆ ใส่ความคิดและสไตล์ของตัวเองเข้าไป ผมไม่เคยไปถามใครว่าภาพนี้ทำยังไงเพื่อที่จะทำตามขั้นตอน 123…4 แต่ก็มีเพื่อนจำนวนมาก ที่ใช้วิธีทำตามๆกัน โดยไม่ศึกษาทดลองเทคนิควิธีการด้วยตัวเอง หรือเห็นงานแนวไหนขายดี ก็ขอให้บอกวิธีทำภาพนั้นๆ ผมมองว่ามันเหมือนเขาให้เราคิดสูตรอาหารให้ และขอให้เราทำ ให้เราเคี้ยว แล้วค่อยตักป้อนเข้าปากเขา การที่เราจะเป็นช่างภาพ stock ที่ดีนั้น เราควรฝึกเทคนิคต่างๆด้วยตัวเอง จนเข้าใจเทคนิค สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ เมื่อเห็นแนวภาพที่ชื่นชอบและต้องการจะทดลองสร้างภาพแนวนั้นๆบ้าง ในตลาด stock นั้น ถ้าเราคิดแนวทางภาพ โทนภาพที่แตกต่างจากคนอื่นได้ เมื่อเราได้อัพรูปขึ้นขายที่หน้ารูปใหม่ ก็จะดึงดูดสายตาลูกค้าได้ไม่มากก็น้อย แต่ลองคิดดูว่า ถ้าเราทำเหมือนกันหมด ส่งแนวเดียวกันหมด แถมยังขอเทคนิคเพื่อนำไปทำภาพส่งให้เหมือนคนต้นแบบ ภาพแนวและโทนนั้นๆ ก็จะกลายเป็นของเกลื่อนตลาด ไม่น่าสนใจอีกต่อไป ดังนั้นการแบ่งปันไอเดียภาพคอนเซปต์ต่างๆนั้น เมื่อคุณสนใจและชอบภาพแนวนั้นๆ จึงควรพัฒนาต่อยอด ศึกษาด้านเทคนิคด้วยตัวเอง ทดลองปฏิบัติจนเข้าใจ และนำไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่การทำตามขั้นตอน 123…4 Stock Concept นี้เป็นการสอนให้คุณจับปลา ปรุงอาหาร คิดเมนู ไม่ใช่การบอกสูตร ผมทำแล้วป้อนให้คุณกิน ไอเดียความคิดที่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ แต่อาศัยผลงานที่ชื่นชอบเป็นแนวทางและแรงบันดาลใจได้ ลองค้นหารแนวทางที่เป็นของตัวเองนะครับ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จใจเส้นทางของช่างภาพ stock มืออาชีพ
สมัครขายภาพผ่าน Shutterstock click!!! ที่นี่ http://submit.shutterstock.com/?ref=292208
ไปดูเขาทำเลนส์ LEICA กัน
Leica Lenses (English) from leica camera on Vimeo.